แพปลาจ.ตรังวิกฤติ

ธุรกิจแพปลา จังหวัดตรัง วิกฤติ จากผลกระทบกฎหมายจัดระเบียบเรือ การรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำ การป้องกันการลักลอบค้ามนุษย์ มีอัตราโทษรุนแรงและวัตถุดิบที่มีน้อย

(26เม.ย.61) หลังจากที่รัฐบาลวางมาตรการล้อมกรอบให้ผู้ประกอบการปฎิบัติตามนโยบายป้องกันการค้ามนุษย์ อย่างเข้มงวดและเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็นระยะทางกำหนดจากเดิม 3,500 เมตร ออกไปเป็น4,500เมตร ซึ่งเป็นทะเลน้ำลึกปริมาณสัตว์น้ำมีจำนวนลดลง หรือแม้กระทั้งเรื่องของเวลา จากเดิมที่ออกได้ทั้งปี แต่มากำหนดให้เหลือเพียง 205 วันอีกทั้งยังมีการจัดระเบียบวางกฎเกณฑ์เข้มงวดกับบรรดาลูกเรือ ทำให้ผู้ประกอบการประมงกันตัง ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักอีกทั้งการกำหนดระยะเวลาให้ออกได้ปีละ 205 วัน แต่ในรอบปีหนึ่งทำได้เพียง 100 กว่าวัน ที่แย่ยิ่งกว่านั้น ลูกเรือประมงที่ออกเรือจะต้องทำประวัติอย่างละเอียด พร้อมทั้งถ่ายรูปทุกคน หากลูกเรือป่วยต้องนำเข้าฝั่ง การจะหาลูกเรือมาทดแทนก็ไม่ได้ต้องเป็นคนเดิม เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหา

นายสุบิน เกตุรัตน์ อายุ 51 ปี เจ้าของเรือธงมานะ1กล่าวว่าสาเหตุที่เจ้าของเรือประมงพาณิชย์หลายลำประกาศขาย เหตุเพราะความยุ่งยากในการประกอบธุรกิจที่จะต้องมีเอกสารประกอบกิจการมากมายทั้งที่เกี่ยวกับตัวเรือ เกี่ยวกับสัตว์น้ำทะเลที่หาได้ แหล่งที่มาของสัตว์น้ำ

รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างด้าว มีข้อกำหนดหลายประการที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ทำให้ดำเนินธุรกิจยาก เพราะหากกระทำความผิดโทษจะหนักมากเช่น ปรับเป็นเงินสูงมาก เช่น5แสนบาท หรือสูงถึง30ล้านส่วนตัวเองแม้จะมีคนประกาศขายเรือ ถ้ากฎหมายเป็นแบบนี้ จะไม่ซื้อเรือใหม่อย่างเด็ดขาด แต่หากมีอยู่แล้วก็จะรักษาไว้ทำงานปกติ แต่จะใช้แรงงานคนไทยในพื้นที่ จะไม่จ้างแรงงานต่างด้าวด้านนายตรังปกรณ์ พรพิมลวัฒน์เจ้าของธุรกิจแพปลารับซื้อสัตว์น้ำ เพื่อส่งขายให้กับห้องเย็น ในฐานะเป็นผู้ประกอบกิจการกล่าวว่ากฎหมายที่ออกมาส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการกิจการประมงเป็นอย่างมาก ตนเองมีแพปลาอยู่ทั้งหมด4แห่งคือ ที่ จ.สงขลา,จ.ปัตตานี,จ.สตูล และจ.ตรัง ขณะนี้หยุดรับซื้อไปแล้ว3แห่ง คงเหลือแต่เฉพาะจังหวัดตรังเท่านั้น

และคาดว่าจะต้องหยุดกิจการในเร็วๆนี้เช่นกันเพราะจากเดิมที่เคยรับซื้อได้วันละ 30-40 ตันแต่ขณะนี้รับซื้อได้แค่วันละไม่กี่ร้อยกิโลกรัมสาเหตุที่ต้องหยุดรับซื้อ เนื่องจากว่าวัตถุดิบมีน้อยและปัจจุบันการซื้อสัตว์น้ำก็จะยุ่งยากมาก การรับซื้อสัตว์น้ำจากเรือประมง จะต้องมีหลักฐานแสดงถิ่นกำเนิด หรือแหล่งที่ได้มาของสัตว์น้ำชนิดนั้นๆ ด้วย

ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องนำไปแสดงกับห้องเย็นในการขายด้วยแต่ในที่นี้ หากแพปลารับซื้อจากเรือประมงพื้นบ้าน ก็ทำให้ไม่สามารถทำได้ เพราะเรือประมงพื้นบ้านไม่มีหนังสือรับรองแหล่งที่มาของสัตว์น้ำจึงซื้อไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐานไปแสดงต่อห้องเย็นที่เราทำธุรกิจด้วยทำให้พ่อค้าคนกลางอย่างธุรกิจแพปลาอยู่ไม่ได้ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย จึงเป็นต้นเหตุทำให้ต้องเลิกกิจการไปเป็นจำนวนมากเกินครึ่ง และเชื่อว่าไม่นานคงเลิกกิจการทั้งหมด

ที่มา  http://www.nationtv.tv/main/content/378621041/